Hiroshima Dome
พอคิดจะเขียนทีไรทำไมต้องคิดไปถึงเรื่องเก่าๆสมัยก่อนๆก็ไม่รู้เนอะเราคงแก่แล้วจริงๆ น้อยเป็นคนที่ชอบอ่านหนังสือมากแต่ต้องเป็นหนังสือเกี่ยวกับสงครามและการผจญภัยนะคะ อ่านได้ไม่เบื่อถึงแม้จะอ่านซ้ำๆก็ไม่เบื่อ ... จำได้ว่าเริ่มอ่านหนังสือของทมยันตี ตอนอายุ 9 ขวบเรื่อง คู่กรรม เล่มใหญ่และหนามาก 2 เล่มจบ ใครเคยอ่านกันบ้างไหมคะ?
ด้านข้างของโดม
ตอนดูนี่ขนลุกตลอดค่ะ
แม่น้ำหน้าโดม
ตอนนั้นหนังสือ เรื่อง คู่กรรม นี่ทำไมมันอยู่ที่บ้านน้อยก็ไม่รู้ตอนเด็กๆหนังสือไม่ค่อยมีให้อ่านน่ะนะ ในบ้านนี่มีหนังสืออะไรเก็บอ่านหมดเลยล่ะค่ะ อิ อิ ไม่ว่าจะเป็นหนังสือพิมพ์หรือหนังสือธรรมะ น้อยอ่าน คู่กรรม แล้วเกิดแรงบันดาลใจว่าฉันจะต้องไปอยู่ญี่ปุ่นให้ได้ นี่เป็นความคิดตั้งแต่ตอน 9 ขวบ นะคะและก็ไม่รู้ด้วยว่าญี่ปุ่นมันอยู่ตรงไหน ? อ่านคู่กรรม ตอน 9 ขวบและมาอ่านอีกที ตอน 11 ขวบ และ 13 ขวบ
volanteer free guide
จะต้องมีเอกสารจากทางราชการนะคะ คนนี้เป็นนายแพทย์นะคะ
ตอนอยู่บ้านนอกที่อยุธยานะคะ ก็มาเล่นหมากเก็บกับพี่่พีๆเป็นพี่สาวคนโตค่ะ เรามองเห็นเครื่องบิน บินผ่านหลังคาบ้านทู๊ก..วัน น้อยถามพี่พี ว่า " พี่พีถ้าเราได้ขึ้นเครื่องบินพี่พีจะไปไหน ? " " พี่จะไปอเมริกา " พี่พี ตอบ แล้วพี่พียังย้อนถามน้อยว่าแล้วเอ็งล่ะ จะไปไหน ? น้อยตอบอย่างไม่ลังเลเลยว่า " น้อยจะไปญี่ปุ่นจะไปฮิโรชิม่า " แค่ได้คิดก็ดีใจเสียหรือเกิน แล้วทำไม ? ต้องเป็น ฮิโรชิม่าด้วยก็ไม่รู้ ตอนนั้นน้อยอายุ 11 ปี
อ่านแล้วสะเทือนใจไหมคะ คงไม่อยากให้เกิดกับลูกหลานของเราเนอะ
แต่พวกเราคงไปไม่ได้หรอกเนอะก็เรามัน " จน " นี่นา จำได้ว่านั่งมองเครื่องบินทุกวัน คนรวยเท่านั้นที่เค้าได้ขึ้นเครื่องบินกันนั่นเป็นความคิดของเด็กบ้านนอกคนหนึ่งซึ่งมันเป็นเรื่องจริง ความคิดที่จะไปญี่ปุ่นของน้อยเข้มข้นขึ้นทุกวัน ในใจนี่คิดอยู่ตลอดเลย ว่าต้องไป ฮิโรชิมาให้ได้ในสักวันและอะไรก็ตามที่เกี่ยวกับญี่ปุ่นละก้อจะสนใจเป็นพิเศษเลยล่ะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการบอยคอตสินค้าญี่ปุ่นมีการประท้วงกันที่ ม.ธรรมศาสตร์ ตอนนั้นน้อย อายุ 14 ปี นักศึกษาไทยไม่ยอมใส่ผ้าที่ญื่ปุ่นผลิต ใส่แต่ของไทยใส่ผ้าลินิน ยับๆน่ะ อ้าว..ถึงตอนนี้ใครยังไม่เกิดโปรดแสดงตัวนะคะ อิ อิ และยกมือขึ้นค่ะ ?
ไม่เหลืออะไรเลย
ต้นไม้ในที่เกิดเหตุป่านนี้ก็ยังไม่ผลิใบ
ตอนน้อยเรียนมหาลัยปี 3 น้อยเป็นคนหนึ่งที่พยายามเขียนบทความมากมาย ที่เกี่ยวการต่อต้านสงครามแล้วติดตามบอร์ดต่างๆในมหาลัยเป็นคนที่หัวรุนแรงมากคนหนึ่งทีเดียว พอวันที่ญี่ปุ่นแพ้สงครามน้อยก็เป็นหัวเรี่ยวหัวแรง ไปขอยืมฟิล์มหนังตอนญี่ปุ่นแพ้สงครามที่สถานฑูตญี่ปุ่นเอามาฉายให้เพื่อนนักศึกษาด้วยกันได้ดู และให้ช่วยกันต่อต้านสงครามด้วย ตอนนั้นดีใจมากเลย ที่สามารถสร้างผู้ร่วมอุดมการณ์ได้อย่างน้อยก็หลายร้อยคนทีเดียว
นี่ขนาดห่างจากโดมประมาณ 3 km
หลังเกิดเหตุ 15 วันมีจุดเลือดในปากผู้ชายคนนี้อยู่ห่างโดม 40 km
ความฝันที่เป็นจริงได้เกิดขึ้นเมื่อน้อยได้จดทะเบียนสมรสกับคนญี่ปุ่นที่เป็นคนดีคนหนึ่ง ไม่ได้รักค่ะแค่อยากมาอยู่ญี่ปุ่นอย่างถูกต้อง ดูสิชีวิต..ถ้าเราตั้งใจอย่างแน่วแน่ไม่หลงทางสื่งที่เราหวังและตั้งใจจะต้องสำเร็จในสักวัน แต่ก่อนอื่นเราจะต้องสร้าง dream ไม่ใช่สร้างอย่างเดียว ต้องพยายามต่อสู้ดิ้นรนไปให้ถึงในสิ่งที่เราหวังและตั้งใจ ในทุก chance ที่เรามีโอกาสพบ
อยู่ห่างโดม 20 กิโลเมตร
เพราะในชีวิตของคนๆหนึ่งนั้นโอกาสดีๆคงไม่ได้มีกันบ่อยๆโดยเฉพาะน้อย ที่มาจากครอบครัวที่ยากจนโอกาสดีๆที่ได้รับก็มีน้อยมาก ใครๆก็ว่าน้อยหัวสูงคิดหวังอะไรเกินตัว ใครจะว่าจะพูดอะไรไม่สนใจหรอกชีวิตนี้เป็นของน้อยๆจะสร้างชีวิตของน้อยเอง อิ อิ เพราะถ้าเรามาจมปรักกับคำว่า "ยากจน" ชาตินี้คงทำอะไรไม่ได้ ถ้าไม่ได้คาบช้อนทองมาเกิดเราก็ต้องสร้างช้อนทองของเราเอง อิ อิ.... ทุกอย่างสร้างด้วย สองมือและหนึ่งสมองของเราค่ะ นี่เป็นความคิดของน้อยจริงๆนะ...พอมาอยู่ญี่ปุ่นแล้วนี่ดีใจจริงๆ
คนที่อยู่ในรูปอยู่ห่างโดม 40 km
ทำงานอะไรก็เป็นเงินเป็นทอง ยิ่งทำได้มากยิ่งมีเงินมาก แล้วเราก็มองรอบตัวว่าคนญี่ปุ่นนี่ ขยันจริงๆ เดินก็เร็ว กินก็เร็วทุกอย่างทำงานแข่งกับเวลามาก เรื่องงานบริการทุกชนิดนี่ ดีเลิศ พอกลับไปใช้บริการบางอย่างในบ้านเรา รู้สึกว่าพนักงานขาดการอบรมเรื่องการให้บริการมากทั้งๆที่เราใช้ภาษาเดียวกันแท้ๆ อิ อิ ขนาดญี่ปุ่นพ่ายแพ้สงครามอย่างย่อยยับยังสร้างชาติได้อย่างรวดเร็ว ภายในเวลา 10 กว่าปีหลังจากแพ้สงครามประเทศญี่ปุ่นยังได้รับเกียรติให้เป็นเจ้าภาพแข่งขันกีฬา โอลิมปิคด้วยค่ะ ญี่ปุ่นเป็นชาติที่น่านับถือเรื่องระเบียบวินัย ความซื่อสัตย์ ความสะอาด ความขยันขันแข็งตลอดจนในเรื่องของน้ำใจ
the river in front of Hiroshima Dome
Sonoda peace memorial
5/23-27 น้อยได้มีโอกาสได้เดินทางเอากระดูกคุณยายไปไว้ยังสุสานบ้านเกิดของคุณยาย แต่น้อยไม่ได้ไปถึงสุสานนะคะ น้อยขออยู่ที่ Hiroshima สุสานคุณยายอยู่ที่ Yamaguchiซึ่งอยู่ห่างจาก Hiroshima 250 Km สาเหตุที่ไม่ไปเพราะป้องกันตัวเองค่ะไม่อยากปะทะคารมกับคนที่ไม่อยากเจอค่ะ อิ อิ คิดว่าชาตินี้คงไม่ได้พบกันอีกสบายใจค่ะเพราะไม่อยากก้มหัวให้ใครอีกแล้ว เลยพาลูกพาหลานเที่ยวที่ Hiroshima รอคุณเค้าด้วยความเบิกบานสำราญใจเลยค่ะ โฮะ โฮะ
ตรงนี้ใส่รายชื่อผู้เสียชีวิตไว้มากกว่า 250,000 คน
don't take photo 555
ไม่ต้องเสียน้ำตา รออยู่ 8 ชั่วโมงคุณเค้าก็มาค่ะ ระหว่างที่รออยู่ก็ไปดู Atomic bomb memoryแค่น้อยเข้าไปดูตรง Dome เท่านั้นนะคะ ขนนี่ลุกตลอดทุกขุมขนเลยแม้กระทั่งหัวอย่างที่เรียกว่าขนหัวลุกเป็นยังไงก็รู้ตอนนี้แหละ ทุกอย่างที่เรียกว่าเศร้าและสูญเสียมันมารวมกันอยู่ที่นี่จริงๆ มี Volanteerที่เป็น free guideมาพูดเรื่องราวหลังจาก Hiroshimaถูก bombให้พวกเราฟัง มันสลดหดหู่มากเลย น้อยฟังไปก็น้ำตาไหลไป ฝรั่งยังร้องไห้เลยไม่ใช่น้อยคนเดียว
คนนี้ไม่ตายทันที อยู่มาได้อีกหนึ่งปีเล็บที่ยาวออกมาก็เป็นสีดำ น่ากลัวมาก
Tsuru ori ( Peace )
ดูจากรูปแล้วมันไม่เหลืออะไรเลยค่ะและแม่น้ำตรงหน้า Dome นั้นน่ะ เค้าบอกมีศพคนลอยเกยกันเลยนะคะทั้งๆที่แม่น้ำนั้นกว้างมากกกเลย ที่ Hiroshima มีคนตาย 250,000 คนเเละทุกวันนี้ยังมีชื่อคนหายในเหตุการณ์วันนั้น อีก 850 คน เข้าใจว่าเนื้อตัวคงถูกละลายตอนโดน bombเพราะมันพังพินาทหมดเลย เค้าบอกว่านักบินอเมริกันคนที่ขับเครื่องบินบรรทุก B29 มาบอมม์ Hiroshimaนั้น พอรู้ว่าเค้าได้ฆ่าคนจำนวนมหาศาลเป็นบ้าไปเลยและตายในเวลาต่อมา
รถรางค่ะ in Hiroshima
ร
Taiyo with us in Hiroshima
on the Trian in hiroshima
หลังจากที่ Hiroshima ถูกบอมม์พอฝนตกเม็ดฝนที่ตกลงมาน่ะเป็นสีดำเลยเหมือนสีย้อมผ้าน่ะ เรียก " kuro-ame" kuro แปลว่า ดำ Ame แปลว่า ฝน น่าสงสารมากเลยค่ะ ฝนตกมาทีเหมือนเมือง ฮิโรชิม่า ถูกย้อมด้วยสีดำทุกทีเลยค่ะ แล้วอีกคนที่ บอมม์ที่ Nagasaki นั้นยังมีชีวิตอยู่และก็มาคารวะสุสานคนญี่ปุ่นในทุกปี ตรงกับ วันที่ 15 Augustซึ่งรัฐบาลได้จัดให้มีงานรำลึกทุกปี และปีนี้เป็นปีที่ญี่ปุ่น ต้องสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่เรียกว่าเสียจนไม่มีอะไรเสีย ครบรอบ 66 ปี
เหนื่อย และ หิว กินกันจนพุงกางเลย อิ อิ
ที่สุดของความอร่อย อยู่ที่นี่เอง อิ อิ
ซาชิมิ อร่อยมากกกกกกกเลยค่ะ คุณบุ๋ม มาอีกสิคะ พาน้องคิวมานะ อิ อิ
แต่ที่น่าทึ่งเรื่องนึงที่ Atomic bomb memoryไม่มีการเขียนต่อว่า หรือด่าทอ..อเมริกา เลย เพราะเค้าถือว่านี่เป็นโชคร้ายที่เกิดกับประเทศของเค้ามากกว่า และเค้าก็ไม่ได้สอนลูก สอนหลานให้เกลียดคน..อเมริกัน เลยไม่เหมือนบางประเทศ...ที่พยายามสอนลูกสอนหลาน ให้เกลียดชาติอื่นทั้งๆที่ประเทศตัวเองก็ไปสร้างความเดือดร้อน..ทำลายล้างชาติอื่นเหมือนกัน ขนาดพิมพ์เป็นหนังสือเรียนมีสอนกันในชั้นประถมเลยนะคะ..แหมจะเอ่ยชื่อก็ไม่ได้เนอะ อิ อิ ขอให้สันติภาพจริงๆเกิดขึ้นในโลกนี้ซักทีเถอะเจ้าประคู้ณณณณ...
asari batter
เมืองไทยตัวละ 1,900 บาทเคยอ่านเจอในไดเซเลบ in Bangkokค่ะ แต่ที่นี่ถูก และ อร่อยยยยยยยย
สลัดทะเลค่ะ นี่ก็สุดยอด เลยค่ะ คนที่ชอบอาหารญี่ปุ่นนี่รับรองทนไม่ไหวแน่ๆ อิ อิ
ปล. ขอขอบคุณ คุณหมอจักรี และคุณน้อง ( แม่มด ) http://meamod.diaryclub.com/ เรื่องการคำปรึกษาเกี่ยวกับโรคที่ลูกน้ำเป็นอยู่ช่วยบรรเทาเรื่องที่ทุกข์ใจตอนนี้ได้พอสมควรค่ะ ครอบครัวของน้อยขอขอบคุณมากค่ะขอบคุณไดอะรี่คลับ ที่ทำให้ได้พบมิตรภาพดีดีอย่างนี้จะรักษามิตรภาพนี้ไว้ค่ะขอบพระคุณอย่างสูงค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีดีที่มีให้กันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมค่ะขอบคุณทุก commentเลยนะคะ
まり子さんあなたのmessegeは私の宝ものです。
なおこさんcomment どうもありがとう。
三好さんの家族このblogを見てくれてどうもありがとう。