
รูปนี้เก็บไว้ในกระเป๋าตลอด 13 ปี
วันอาทิตย์ที่ 31 มกราคม คศ. 1999
ในตอนเช้ายังคุยกับเค้าว่าเดือนกุมภาพันธ์ ของทุกปีน้อยต้องกลับเมืองไทย
เพราะค่าตั๋วเครื่องบินจะราคาถูกมากเค้ายังบอกว่าดีเหมือนกันจะได้ไปดูแลความเรียบรัอยของบ้านค้วย
พอจุนซังกลับมาญี่ปุ่นแล้วผมจะพาคุณไปเที่ยวนะเราไปสวิสเซอแลนด์กันนะ
ที่นั่นดอกไม้สวยมากอากาศดีผมอยากให้คุณได้เห็น
เป็นการให้คำมั่นสัญญาด้วยการกอดกันแน่นๆมันเปี่ยมสุขจริงๆค่ะ
เรื่องกลับไทยเค้ายังบอกว่าเอา pocket moneyเท่านี้พอไหม? " แสนกว่าบาท "
โห..มันมากในความรู้สึกปกติต้องหาเองน่ะไม่มีใครเค้ามาให้หรอกค่ะเพราะไปไทยแค่ 5 วันเท่านั้น

ไทโยดูโตมากเลย พูดก็เก่งมากด้วย

ซากุระจัง ชอบ ไอศกรีมมากกกกกกกก
ยังคิดต่อไปอีกหลายอย่างจะพาแม่ไปกินอะไร?ที่ไหน? จะพาแม่ไป shopping
เป็นความสุขใจจริงๆค่ะโห..กลับไทยคราวนี้ไม่ต้องใช้เงินตัวเองมากนักมันสุขใจ.นะ
แค่คิดก็ happyyyyyแล้วนี่ขนาดยังไม่ได้แต่งงานกันยังใจดีขนาดนี้
โห...ถ้าแต่งงานแล้วล่ะก้อคงมีความสุขมากกว่านี้อีกแน่นอน ( ฝันเฟื่องซะ )
และคืนนี้เรามี partyเล็กๆเลี้ยงต้อนรับน้องสาวคนสุดท้องของน้อย
ที่ทำงานอยู่ที่ Japan Ambassy in Australiaได้เดินทางมาหาน้อยที่ญี่ปุ่น
เพื่อมาแสดงความยินดีกับน้อยและพี่ชายในอนาคต
พวกเราไปร้านอาหารที่น้องสาว requestกันไปกินกันหลายร้านมาก
น้อยขอตัวกลับก่อนเพราะมีงานที่ต้องสะสางและต้องรีบไปบริษัทแต่เช้า

พาหลานๆไปเที่ยวฟาร์มขับรถไปกลับ 5 ชั่วโมงเน่ะแต่คุณยายไม่ย่อท้อ อิ อิ

หนูดูแกะ ขนนิ่มจริงๆเลย
เค้ามาส่งน้อยที่สถานีรถไฟแล้วยังบอกด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง
ลูกและน้องนะผมดูแลได้แล้วจะพามาส่งที่บ้านนะ
เรายังนัดกันว่า วันพรุ่งนี้ ( วันจันทร์ ) นัดทานข้าวกลางวันใกล้ๆที่ทำงาน
ตอน 12:10 พร้อมกับจะให้เงิน pockey money ก้อนนั้นด้วย
ก่อนที่จะจากกันเค้าบอก " จุนซังผมรักคุณจัง " พรุ่งนี้เจอกันนะ อย่าลืมล่ะ
และสายตาที่เค้ามองน้อยคือไม่อยากจากกันเลย
อย่างกับเค้าจะร้องไห้แน่ะ ตางี้แดงกล่ำเลย
พร้อมกับยืนตัวตรงเป๊ะแล้ว " ตะเบ๊ะ แบบทหาร " น่ะ น้อยมองเค้าจนลับตาเลย
นั่นเห็นเค้าเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ

หนูชอบมาก

คุณยายให้ดูกล้อง แต่ หนูดูเเกะ
ประมาณเที่ยงคืนเค้ามาส่งลูกสาวกับน้องสาวที่บ้าน
เค้าเป็นคนไม่ค่อยดื่มเลยไม่ห่วงเรื่องเมาแล้วเค้าก็กลับไปบ้านโน้นเมี่อรู้ว่าน้อยหลับแล้ว
ประมาณ ตี 01:50 นาทีรู้สึกว่าบ้านมันสั่นสะเทือนจนสะดุ้งตื่น
คิดว่าแผ่นดินไหวรีบกด remode Tv ดูเพราะถ้ามีแผ่นดินไหวจะมีข่าว
ขึ้นที่หน้า จอทีวีเลยเปิดแล้วก็ไม่มีข่าว รอตั้งนานก็ไม่มีข่าวอีก
ปกติแล้วจะรู้ข่าวแผ่นดินไหวภายใน 1 นาทีเลยทำให้ไม่ค่อยสบายใจไม่รู้เป็นไร
ตอนเช้าไปทำงานที่ นิวกัง คนก็เยอะมากเลย งานก็ยุ่งที่สุด
พอเที่ยงปุ๊บก็รีบวิ่งมาที่สถานีรถไฟ
รีบขึ้นรถไฟมาลงอีกสถานีนึงเพื่อจะเปลี่ยนรถไฟไปยังที่นัดพบ
อาจ late สัก 2-3 นาทีก็โทรไปบอกไม่ต้องห่วงนะ
โทรเท่าไรๆ ก็ไม่ติด ซึ่งปกติจะไม่เป็นแบบนี้

ไทโยชอบมาก วิ่งกระจายเลย

รอให้ถ่ายรูป อิ อิ
ใจนี่เต้นระทึก มันเป็นยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก
โทรเป็น 20 -30 ครั้งก็มีคนรับสาย พร้อมกับถามน้อยว่า
คุณเป็นใคร ? น้อยก็ตอบสวนไปทันทีเลยว่า " แล้วคุณล่ะเป็นใคร ?
ทำไมถือวิสาสะมาใช้โทรศัพท์ของคู่หมั้นของฉัน "
เค้าก็ตอบว่า คุณYamada เข้าห้องน้ำกรุณารอสักครู่
น้อยก็รอตั้งนานโทรไปอีกก็ไม่มีคนรับสายแล้วและโทรศัพท์เครื่องนั้นก็ถูกปิดเครื่องไป
ไม่สามารถติดต่อได้ น้อยยืนอยู่ที่สถานีรถไฟด้วยความกระวนกระวายใจที่สุด
ในชีวิตนี้ไม่เคยเป็นมาก่อน หลังจากนั้น อีก 1 ชั่วโมงต่อมาก็มีเสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น
คิดว่าเป็นเค้ารีบรับสายมือไม้สั่นไปหมด ปรากฏว่าไม่ใช่เค้า
เป็นลูกน้องเค้าตากหาก ชื่อ Yamamoto san

วิ่งจนเหนื่อยแล้วก็หิว อิ อิ

หนูจะหม่ำเอง แล้วหม่ำหมดด้วยนะ อิ อิ
เสียงตามสายพูดว่า " คุณจุนครับตอนนี้ผมอยู่ที่โรงพยาบาลตำรวจครับ "
น้อยสวนตอบไปทันควันว่า " Yamadaล่ะ อยู่ที่ไหน ? เป็นอะไรหรือปล่าว ? ทำไมติดต่อไม่ได้ ? ขอสายเค้าหน่อยค่ะ "
เสียงปลายสาย อึ้งอยู่สักพัก แล้วพูดว่า " คุณจุนครับฟังผมนะ ...ทำใจดีดี นะ" ...
แค่นี้แหละน้อยตะโกนถามสุดเสียงเลย " มีอะไรคะ ? อะไรเกิดขึ้นกับเค้าคะ ?
เค้าตอบแบบกลั้นสะอื้นเลยว่า " Yamada san ตายแล้ว
ตายเมื่อคืนนี้ครับ เวลา 01:50 หัวใจวายตายกระทันหัน "ตอนนี้ ศพอยู่ทีโรงพยาบาลครับผม
ก่อนตายเค้าเรียกชื่อ จุนซัง ๆๆๆๆๆๆๆๆๆ จนขาดใจตายเลยคนในรถพยาบาลเล่าให้ฟัง

หม่ำเลอะเทอะไปหมดคุณยายเช็ดปากให้หนูเป็นสิบรอบ โฮะ โฮะ

เด็กๆนี่อยากรู้ไปทุกเรื่องเลย อิ อิ
จะเชื่อไหมว่า น้อยนี่หูดับไปเลยไม่ได้ยินอะไรอีกเลย
พยายามพูดที่เหมือนตะโกนมากเลย ว่า " อะไรนะ อะไรนะ พูดเป็นสิบๆครั้งเลย
และตามันพร่ามองไม่เห็นอะไรเลย เข่ามันอ่อนใจมันหวิวเป็นลมไปเลยค่ะ
มารู้ตัวอีกทีก็มีคนมาอุ้มไปนอนในรถพยาบาลแล้ว
ก็บอกเค้าว่าไม่เป็นอะไรแล้ว ปากก็พร่ำแต่คำว่าคนที่ฉันจะแต่งงานด้วยเค้าตายแล้วๆ
ฉันจะทำยังไงๆ ฉันแทบเสียสติทั้งๆที่เป็นคนเข้มแข็งมากเป็นผู้หญิงแกร่งคนหนึ่งทีเดียว
จำคำพูดของ Yamamoto san ได้ว่า " คุณจุนต้องการให้ผมช่วยเหลืออะไรก็ติดต่อผมได้ทุกเวลา
เบอร์โทรของผมคงอยู่ในเครื่องของคุณแล้ว "
เย็นวันนั้นน้อยโทรไปหาเค้าว่าต้องการไปงานศพ ขอให้ช่วยเหลือหน่อย
เค้าก็ตกลงค่ะ เพราะน้อยไม่รู้เบอร์โทรของพ่อแม่ของ ยามาดะซัง

บอกให้หลานๆดูกล้องคุณยายไม่ดูซะนี่

จมูกนี่แบ๊นแบนเนอะ ฮ่า ฮ่า
และไม่คิดว่าจะมีเรื่องร้ายๆเข้ามาในชีวิตอย่างรวดเร็วขนาดนี้
โธ่...เหลือเวลาแค่อีก 2 เดือนเท่านั้นเค้าไม่น่าจากน้อยไปเลยอยากตายจริงๆตอนนั้น
ปรากฏว่า วันรุ่งขึ้น แม่ของเค้าก็โทรมาหาน้อยคุยกันไป ร้องไห้กันไป
เค้าถามน้อยว่า " เอกสารการประกันชีวิตอยู่ที่ไหน ? "นี่เป็นคำถามแรกของแม่ของเค้า
น้อยก็เอามาให้เค้า ปรากฏว่า เงืนประกันชีวิตยังเป็นชื่อของน้องสาว
เพราะน้อยยังไม่ได้เอา อิงกังไปประทับตราเปลี่ยนชื่อเลย
คิดเป็นเงินไทยประมาณ 24 ล้านบาท
น้อยร้องไห้ ยิ่งกว่าแม่เค้าอีกแม่เค้าได้ใบประกันชีวิตแล้วก็ไป
เค้าอาจจะเสียใจนะคะแต่ไม่แสดงออก

ตู้หนังสือนี้ของคุณน้อยรักษาอย่างดีความจริงมีเป็นสิบตู้ต้องแจกคนอื่นไปเพราะบ้านเราเล็ก

ดอกไม้ข้างทาง
แม่เค้าบอกจะเอาอะไรไปเป็นที่ระลึกไหม?
น้อยขอหนังสือที่มีทั้งหมดและขอตู้ใส่หนังสือหรูๆแค่ตู้เดียว
สำหรับหนังสือทีแรกแม่เค้าอยากขายให้ร้านหนังสือราคาถูกๆ เพราะทางร้านจะมาซื้อถึงที่เลย
น้อยเลยบอกความประสงค์ของลูกชายเค้าก่อนตาย
ในที่สุดเค้าก็ยินยอมตามที่น้อยขอร้องอย่างน้อยหนังสือที่มีค่าเหล่านี้ยังได้ไปอยู่ในที่ๆเค้ารัก
และจะยังประโยชน์ให้รุ่นน้อง Waseda อีกมากมาย
ของมีค่าต่างๆที่อยู่ในบ้านไม่มีเหลือเลยหายวับไปกับตาหลังจากที่เค้าตายแค่คืนเดียว
ของๆน้อยที่ที้งไว้ที่นั่นก็ไม่มีแม่เค้าคงเก็บไปหมดน้อยก็ไม่ได้พูดอะไร
เพราะเรายังไม่ได้แต่งงานกัน เป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้จริงๆ
อย่างนี้ต้องโทษชะตากรรมของเราเอง

สวยเนอะ

คนที่ถูกทิ้ง
วันงานสวดศพเป็นคืนที่เจ็บช้ำที่สุดในชีวิตเพราะน้อยเป็นคนเดียวที่ไม่เหลืออะไรเลย
ในใจนี้ตะโกนเรียกเค้าตลอด บอกเค้าว่าฉันรักคุณนะแต่คุณก็ไม่ได้ยินแล้ว
เสียใจที่ยังไม่ทันได้บอกรักคุณเลย เสียใจจริงๆๆวันรุ่งขึ้นเป็นวันเผาคุณแล้ว
ไม่มีชุดดำเลยมีแต่สีดำไม่สนิทเป็นชุดที่คุณซื้อให้ก่อนตายแค่ 7 วัน
ก่อนเผาเค้าก็เปิดโลงศพเอาดอกไม้ใส่และร่ำลากันเป็นครั้งสุดท้าย
คุณเหมือนแค่คนนอนหลับธรรมดาน้อยก้มตัวลงไปกอดและจูบคุณ ตัวคุณงี้เย็นเชียบเลย
แล้วน้อยก็กระซิบที่ข้างหูเค้าว่า Yamada sanฉันรักคุณนะ ฉันรักคุณนะ
ขอโทษนะ ที่บอกรักคุณช้าแต่ฉันรู้แล้ว ว่าฉันรักคุณ ทำไมคุณถึงได้ทิ้งฉันไป ทำไม ?
แขกที่มาในงานประมาณ 300 คนได้ คงเวทนาน้อยน่าดู ไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟาย
แต่น้ำตามันไหลตลอดไม่หยุดเลย ใจแทบขาดเลยล่ะค่ะ
คนอ่านคงไม่รู้หรอกค่ะว่า มันเจ็บปวดเพียงไรขออย่าให้เรื่องอย่างนี้เกิดกับใครเลย

นี่ก็ข้างทางแต่มีคนดูแล

หลังจากเสร็จจากงานศพ ชีวิตนี้เหมีอนคนหมดหวัง
น้อยเดินทางกลับเมืองไทยเอารูปเค้าไปด้วยมาทำบุญแบบไทยสวดอภิธรรมที่บ้าน
ที่เค้า reform ให้และเค้าก็ติดตามน้อยไปทุกหนทุกแห่งเลย
ตลอด 49 วัน ที่น้อยสัมผัสได้ วิญญาณมีจริงค่ะ
ทำใจยังไงก็ทำไม่ได้อยู่อย่างคนไร้หัวใจเลย จุดธูปทุกวัน 3 ปีไม่เคยขาด
คุณชอบดื่มเบีย่ร์น้อยก็ให้ดื่มทุกวันเลยแล้วเวลาน้อยเมาก็คิดถึงคุณมากๆเลยล่ะ
จำได้ว่าตอนนอนนี่ทำไมต้องร้องไห้ก็ไม่รู้ น้ำตามันไหลเองทั้งที่ไม่ได้อยากร้องไห้เลย
เรื่องที่เกิดขึ้นนี้เป็นเรื่องจริงที่เกิดกับตัวของน้อยเองชีวิตนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ
อยากบันทึกเอาไว้สอนใจตัวเอง...กว่าจะสบายชีวิตต้องผ่านอะไรมากมาย
อยากบอกคุณที่เข้ามาอ่านค่ะ " ว่าบอกรักคนที่คุณรักหรือยัง ? "
ขอบคุณที่เสียสละเวลาอันมีค่าของคุณเข้ามาอ่านนะคะ
ขอให้คุณโชคดี มีความสุขกับคนที่คุณรักและเค้ารักคุณนะคะ

รูปนี้ถ่ายเฉพาะกิจใส่รวมไปกับกระดูกไว้ในสุสานที่ Hokkaido Asahikawa
ท้ายที่สุดนี้ขอขอบคุณ Yamada Toshiharu san กับความตั้งใจที่จะทำให้น้อยมีความสุข
ความหวังดี ความรักที่มีให้น้อย ความใส่ใจ ที่มีให้กัน และในทุกเรื่องที่คุณทำให้น้อย
มีความสุข ทุกสถานที่ที่คุณพาน้อยไปไม่เคยลืมเลยและครั้งสุดท้ายเราที่จากกัน
ตรงสถานีรถไฟที่ที่คุณยืนตะเบ๊ะให้น้อย ตรงนั้นน้อยก็ไปยืนทับที่ที่คุณยืนอยู่บ่อยๆ
ถึงแม้น้อยจะมีคนอื่นในวันนี้ก็เพื่อความอยู่รอด
อยากสร้างความมั่นคงสำหรับตัวเองถ้าคุณสามารถหยั่งรู้ได้ในตอนนี้
คุณคงอุ่นใจได้บ้าง ขอให้คุณหลับให้สบายนะ
สักวันเราคงได้พบกันนะ Yam

ขอขอบคุณ..คุณหนุ่ยมากนะคะสำหรับของขวัญวันเกิดของไทโยนะคะจะถนอมใช้เลยค่ะ..เกรงใจมากเลยค่ะ
ขอขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีดีที่มีให้กันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมค่ะขอบคุณทุก commentเลยนะคะ
まり子さんあなたのmessegeは私の宝ものです。
なおこさんcomment どうもありがとう。
三好さんの家族このblogを見てくれてどうもありがとう。
2008 / 5 / 21 / Wed / 17:39 on Japan time