
เรื่องที่อยากจะเขียนมีคนเค้าขอร้องว่าอย่าเขียนเลย เฮ้อ....งั้นขอเขียนเรื่องนี้ล่ะกันอิ อิ
วันนี้ได้ดู HISTORYเรื่องการสร้างเขื่อนกั้นน้ำในประเทศญี่ปุ่น
โหหหหหห...น้ำตาร่วงค่ะเพราะการที่รัฐบาลจะสร้างเขื่อนนี่ต้องใช้งบประมาณเป็นหมื่นๆล้าน
แล้วไม่ใช่เรื่องง่ายๆที่จะสร้างเขื่อนได้ง่ายๆเพราะต้องใช้เนื้อที่เป็นหมื่นๆไร่
นั่นแสดงว่าต้องใช้เนื้อที่มากเรียกว่าจะต้องเสียค่ารื้อถอนยกอำเภอหรือสองหรือสามอำเภอรวมกัน
แล้วคิดหรือว่าจะมีใครเห็นด้วยกับความคิดนี้เรียกว่าต้องฝ่าฟันสำหรับรัฐบาล
และการต่อสู้ของชาวบ้านเพื่อไม่ให้แผ่นดินเกิดอันเป็นที่รักและความทรงจำต้องจมอยู่ใต้น้ำ
เป็นการต่อสู้ด้วยเลือดเนื้อและน้ำตาจริงๆ โห....ดูไปก็ร้องไห้ไปนะคะ


เรื่องนี้เกิดขึ้นเมื่อ 40 ปี ที่แล้วรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องต้องไปคุยกับชาวบ้านรับฟังปัญหา
และความคิดเห็นของชาวบ้านว่าชาวบ้านเค้าคิดอะไร?..อย่างไร?
คงไม่เหมือนเมืองไทยบ้านเราที่คนบ้านนอกไม่มีปากมีเสียง ถ้าเสียงดังล่ะก้อโดนคนของรัฐเป่า ?...หุ หุ
ในอำเภอนี้มีต้นซากุระที่ใหญ่และอายุยืนมากถึง 400 ปี
คนในตำบลนั้นก็ต่อต้านกันใหญ่รัฐมนตรีในสมัยนั้นต้องไปคุยกับชาวบ้านเป็นร้อยๆครั้ง
สอบถามความคิดเห็นในทุกเรื่องและได้บอกกับชาวบ้านว่าถึงจะอย่างไรก็ตาม
" นี่เป็นนโยบายของรัฐ "และรัฐบาลได้อนุมัติแล้วเพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศ
และคนที่นี่ในวันข้างหน้าชาวบ้านก็ร้องไห้กันใหญ่เลย คือยอมรับชะตากรรมล่ะนะ


ตัวแทนหมู่บ้านก็พาท่านรัฐมนตรีคนนั้นไปดูต้นซากุระ
แล้วก็พูดว่า " ซากุระต้นนี้อายุ 400 ปี พอฤดูใบไม้ผลิก็ออกดอกสวยสง่างาม
เป็นที่เชิดหน้าชูตาของคนในหมู่บ้านนี้มาก และพวกเราภูมิใจมากที่ได้เห็นคนบ้านใกล้
เรือนเคียงพาครอบครัวและคนที่รักมาที่นี่ทุกปี
แต่ปีหน้าพวกเราจะไม่มีโอกาสได้เห็นภาพที่งดงามอย่างนั้นอีกต่อไป
เพราะทุกอย่างและความทรงจำกำลังถูกความเจริญมาทำลาย ช่างน่าเสียดายจริง ๆ "
ท่านรัฐมนตรีมองต้นซากุระแล้วก็ร้องไห้


เมื่อท่านได้กลับมาโตเกียวก็ได้ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญเรื่องต้นซากุระโดยเฉพาะ
ว่าท่านต้องการช่วยเหลือต้นซากุระต้นนั้นและอยากเคลื่อนย้ายออกจากตรงนั้นจะมีวิธีใด?
ด้วยว่าซากุระต้นนั้นใหญ่มากกกกก....
อาจารย์คนนั้นก็รีบเดินทางไปดูเพราะต้องการอนุรักษ์ด้วยเลยกลายเป็น big project
โหห...กว่าจะย้ายได้มีอุปสรรคหลายอย่างแต่อยากจะบอกว่า
ซากุระต้นนั้นอยากมีชีวิตอยู่แม้จะถูกตัดกิ่งก้านออกไปบ้าง ทุกอย่างผ่านพ้นไปด้วยดี
น้อยดูไปก็ลุ้นไปค่ะ..เค้าขุดรากถอนโคนจริงๆ ใช้รถเครนใหญ่ๆ หลายคันช่วยกันยก
ให้ไปอยู่ในที่สูงและปลอดภัยจากน้ำท่วมน่ะค่ะ เป็นที่ดีอกดีใจของชาวบ้านในเขตนั้นมาก


แต่ก็ยังลุ้นกันอยู่ว่า " ซากุระจะตายไหม? จะออกดอกหรือไม่? " อีกหนึ่งปีให้หลัง
ที่โตเกียวท่านรัฐมนตรีท่านนั้นได้รับโทรศัพท์จากตัวแทนหมู่บ้านว่า " ปีนี้ซากุระออกดอก "
ถึงแม้จะไม่มากแต่เห็นนิมิตหมายที่ดีว่า ยังได้เหลือสิ่งอันเป็นที่รักและความทรงจำดีดี
ท่านรัฐมนตรีได้ฟังก็ดีใจจนน้ำตาไหล น้อยก็น้ำตาไหล อิ อิ

จากวันนั้นจนถึงวันนี้ 40 ปีแล้วเค้าก็ถ่ายต้นซากุระให้ดูนะคะ แหม...สุดสวยงามตระการตามาก
แตกกิ่งก้านสาขาดูเด่นใหญ่โตจริงๆค่ะ และได้สัมภาษณ์คนที่เคยต่อต้านในสมัยนั้นที่ยัง
มีชีวิตอยู่ทุกคนพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า พอมีเขื่อนกั้นน้ำแล้วทุกอย่างเจริญและเศรษฐกิจดีขึ้นมาก
และยังได้เห็นต้นซากุระอันเป็นที่รักและความทรงจำของ พ่อแม่ ปู่ย่า ตายาย ยังอยู่ตรงนี้
ต้องขอขอบคุณท่านรัฐมนตรีมาก ทุกวันนี้มีความสุขมากถึงแม้จะยังไม่ถึงฤดูใบไม้ผลิ
ก็แวะเวียนมาเยี่ยมต้นซากุระเป็นประจำ
思い出残ってくれてありがとう

my lovelyboy
ขอขอบคุณสำหรับมิตรภาพดีดีที่มีให้กันนะคะ ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาเยี่ยมค่ะขอบคุณทุก commentเลยนะคะ
まり子さんあなたのmessegeは私の宝ものです。
なおこさんcomment どうもありがとう。
三好さんの家族このblogを見てくれてどうもありがとう。
2008 / 5 / 16 / Fri / 10:24 Japan time